พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด
แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อ
เป็นเรือประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ โดยพระราชทานชื่อเรียกว่า "ราชปะแตน”
เ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเรือใบประเภท โอเค ที่ทรงต่อเอง เข้าร่วมแข้งกีฬาเรือใบระหว่างประเทศ ทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. และทรงได้รับการ ทูลเกล้าฯ
ถวายเหรียญรางวัลเหรียญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16
ธันวาคม 2510 ซึ่งเป็นวันพิธีปิดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น"กีฬาซีเกมส์") ครั้งที่ 4 ณ
สนามศุภชลาศัย สถานกีฬาแห่งชาติ
วันที่ 12 มีนาคม 2508
ทรงเสด็จพระราชดำเนิน
ทรงแข่งขันเรือใบ
ทรงแข่งขันเรือใบ
ที่อ่าวนาวิกโยธิน ณ มารีนโบ๊ตคลับ
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเรือใบประเภทโอเค ขนาด 13 ฟุต ชื่อ เวคา (VEGA)
จากหน้าพระราชวัง ไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ตั้งแต่เวลา 04.28 น. ข้ามอ่าวไทยไปยังอ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล ด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว ทรงใช้เวลาในการแล่นใบประมาณ 17 ชั่วโมง
เครดิต: ที่มาของภาพและข่้อมูล
จาก OK Nation Blog
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแบดมินตันคู่กับ"ว่องเป็งสูน" อดีตแชมเปี้ยนโลกประเภทชายเดี่ยว
ณ ศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดา แต่ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าปีไหน
สำหรับผม ชื่อของ"ว่องเป็นสูน" เป็นชื่อที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ
เพราะคุณพ่อ
ซึ่งตระเวนแข่งแบดทั่วแหลมมาลายูเคยเล่าว่านักแบดที่"เก่งมาก"คนหนึ่งของโลก(ในยุคนั้น)ก็คือ"ว่องเป็นสูน"ชาวมาเลเซียนี่แหละ
แต่ตอนหลัง เมื่อ"สิงคโปร์"ประกาศแยกตัวจากมาเลเซียเป็นประเทศอิสระ
ว่องเป็งสูนก็เลือกเป็นนักแบดมินตันชาวสิงคโปร์
ใครที่เล่นแบดจะรู้ว่า การเล่นแบดหากเล่นกับคนเล่นไม่เป็น จะไม่สนุก ดังนั้น
ภาพที่ว่องเป็งสูนเล่นแบดคู่กับ"ในหลวง"ของชาวไทย
ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าในหลวงของเราทรงแบดมินตันได้ดีแค่ไหน
ศ.เจริญ วรรธนะสิน อดีตนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เล่าว่า ในช่วงที่แบดมินตันไทยยังไม่ติดอันดับโลก
ในหลวงฯทรงรับสั่งกับผู้ใกล้เบื้องพระยุคลบาทด้านกีฬาว่า “กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทยสามารถจะไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้
เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่าง และพละกำลังมากจนเกินไป เพียงแต่อาศัยความคล่องแคล่วว่องไวกับปฏิภาณไหวพริบของผู้เล่น
คนไทยก็สามารถเอาชนะต่างชาติได้ไม่ยาก”
”ในอดีต
พระองค์ทรงโปรดและทรงกีฬาแบดมินตันได้เป็นอย่างดี ทั่วไปทรงสัปดาห์ละ 3 วัน
ผู้ถวายทรงมี คุณหลวงศรีรัตนาถ คุณหญิงจาม
สนิทวงศ์ ฯ รวมทั้งผม(ศ.เจริญ) บางครั้งโปรดเกล้าฯให้ ว่อง เป็ง สุน
นักแบดมินตันแชมเปียนโลกชาวสิงคโปร์สมัยนั้น เข้าร่วมด้วย” ศ.เจริญเล่า
ศ.เจริญยังเล่าในบทความ "บรมครูแห่งแบดมินตัน"ในหนังสือ
"ราชภัฎเฉลิมพระเกียรติ" ตอนหนึ่งว่า
.....ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านรับสั่งถามว่า หนักใจไหมที่เล่นกับเออร์แลนด์ คอปส์
และที่หนักใจนั้น หนักใจในการเล่นแบบไหนของคอปส์
จำได้ว่ากราบบังคมทูลพระองค์ท่านว่า เออร์แลนด์ คอปส์ มีลูกตบที่รุนแรง
ที่เสียแต้มให้คอปส์ ส่วนมากเป็นเพราะรับลูกตบที่หนักหน่วงไม่ได้
และคอปส์ยังมีพละกำลังมาก อึดและอดทน ยิ่งเล่นก็ยิ่งมีกำลังมาก ยังจดจำใส่เกล้าใส่กระหม่อมตราบเท่าทุกวันนี้
.....พระองค์ท่านรับสั่งว่า "เมื่อคอปส์มีลูกตบที่หนักและรุนแรง
สิ่งที่ควรจะทำคือ หลีกเลี่ยงอย่าให้คอปส์ตบลูกได้บ่อย หรือใช้ลูกตบได้ถนัด
ควรดึงคอปส์มาเล่นลูกหน้าให้มาก เมื่อเขาพะวงบริเวณหน้าตาข่าย จะทำให้เขาถอยตบลูกไม่ถนัด"
.....และนั่นคือกลยุทธ์ที่ผู้เขียนใช้ปราบมือแชมเปี้ยนโลกชาว
เดนมาร์กผู้นี้ ในการป้องกันตำแหน่งแชมเปี้ยนชายเดี่ยวออลมาลายัน
ที่เกาะสิงคโปร์เมื่อ พ.ศ. 2502...
การที่ในหลวงทรงเล่นและทรงสนับสนุนกีฬาแบดมินตันนี้เอง
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สหพันธ์แบดมินตันโลกได้ถวายอิสริยาภรณ์สูงสุด
"เพรสซิเดนท์ เมดัล" (President’s Medal) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวในโลก ที่มีพระบรมราชูปถัมภ์แก่กีฬาแบดมินตันมาอย่างต่อเนื่อง
โดยพระองค์และพระราชวงศ์ทรงให้กำลังใจทีมแบดไทยหลายครั้ง
ในเวบไซต์สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย
ได้เขียนถึงการรับมอบเหรียญนี้ตอนหนึ่งว่า
"...แบดมินตันของไทยได้พัฒนาก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง ทีมชาติแบดมินตันไทยได้เข้าไปถึงระดับแชมเปี้ยนโซนเอเชียในปี
ค.ศ. 1957 และเป็นผู้เข้าไปชิงชนะเลิศของโลกในปี ค.ศ. 1959 และ 1962
หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ ได้บันทึกไว้ว่า
อาวุธลับในความสำเร็จของทีมชาติแบดมินตันไทย คือ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถของไทยที่ทรงอยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จทั้งปวงเหล่านี้โดยแท้.."
ทุกวันนี้ นักแบดมินตันของไทยได้รับการยอมรับทั่วโลก
โดยหลายคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า แบดมินตันไทยนั้น
ได้รับการสนับสนุนของพระองค์และพระบรมวงศษนุวงศ์ไว้มากมาย
ตั้งแต่ทรงเป็นองค์อุปถัมภกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2497
และปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จในเวทีโลกของนักแบดไทย
ทำให้เด็กไทยหันมาเล่นแบดมินตันเพื่อออกกำลังกายและแข่งขันมากขึ้น
เครดิต: ภาพและข้อมูล
จาก Sport Ringside
จาก Sport Ringside
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2555
สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) มีมติเอกฉันท์พระราชทานทูลเกล้าฯ
ถวายเหรียญอิสริยาภรณ์สูงสุดของสหพันธ์ฯ The President’s Medal แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ที่ไม่เคยมอบให้ใครมาก่อนโดยมติเอกฉันท์ จาก 172
ชาติทั่วโลกนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของวงการแบดมินตันไทย
การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่นและทรงสนับสนุนกีฬาแบดมินตันมาอย่างยาวนาน
ดังนั้นมติเอกฉันท์ของคณะมนตรีสหพันธ์แบดมินตันโลกได้ถวายอิสริยาภรณ์สูงสุด (President’s
Medal) โดยมี ดร.กัง ยอง จุง ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก
กล่าวในการขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมทูลเกล้าถวายอิสริยาภรณ์สูงสุด
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพราะพระองค์ทรงมีพระบรมราชูปถัมภ์แก่กีฬาแบดมินตันเป็นคุณูปการ
ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่สนับสนุนกีฬาแบดมินตันต่อเนื่องมาโดยตลอด
เครดิต: ภาพและข้อมูล
จาก OK Nation Blog
จาก OK Nation Blog
ทรงพระแสงปืน เอ็ม-16 ติดกล้องเล็งและท่อระงับเสียง
(ท่อเก็บเสียง)
เรื่องปืนเอ็ม-16
นี้ ในบทความ “พระเจ้าอยู่หัวกับตำรวจ” เขียนโดย
พล.ต.ท. วสิษฐ เดชกุญชร ตีพิมพ์ในนิตยสารโล่เงิน เดือนธันวาคม 2524
ก็ได้บันทึกไว้เช่นกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาสมรรถนะของปืนเอ็ม-16
จนทรงมีความรู้อย่างละเอียดลึกซึ้ง งานอดิเรกที่ทรงโปรดในครั้งกระนั้นคือ
การซ่อมปืนเอ็ม-16 ที่ชำรุด
เมื่อใช้งานได้แล้วก็พระราชทานให้นายทหารราชองครักษ์และนายตำรวจสำนัก
นำไปแลกกับปืนที่ชำรุดตามหน่วยต่าง ๆ ในสนามเพื่อเอามาถวายให้ทรงซ่อมต่อไปอีก
(ข้อมูลจาก นิตยสารหลักไท ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม
2528)
เครดิต: ผู้จัดทำ
ครูเสมา ศิริอำพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเล่นเทนนิส กับประธานาธิบดี อู วิน
หม่อง แห่งสหภาพพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2503 ณ นครย่างกุ้ง
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเล่น ice-hockey
ทรงเล่น ice-hockey
พระเชษฐาและพระอนุชา
กำลังทรงเล่น ice-hockey
กำลังทรงเล่น ice-hockey
ที่ Lausanne,Switzerland พ.ศ. 2482
พระมหากษัตริย์นักกีฬา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงกีฬาหลายชนิด
กีฬาที่ทรงโปรดเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความรู้รอบตัวและความเข้าใจอย่างถ่องแท้
ทรงเป็นแบบอย่างให้นักกีฬาทุกคน
บทความ: จากคมชัดลึก 17 ตค 2559
พระมหากษัตริย์นักกีฬา
บทความจาก Siamsport
มีต่อ/.....
ตราสัญญลักษณ์ ร.๙



















No comments:
Post a Comment